ลบรอยแผลเป็น ทำให้ผิวขาวเรียบเนียนสวยบลิ๊งค์ แบบสุดๆ

ลบรอยแผลเป็น ทำให้ผิวขาวเรียบเนียนสวยบลิ๊งค์ แบบสุดๆ

ลบรอยแผลเป็น อวดผิวสวย เนียนใส

 

ลบรอยแผลเป็น ถึงผิวของคุณจะขาวมากแค่ไหน แต่ถ้าเกิดเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นนูน ดำ แผลเป็นหลุมสิว ริ้วรอยร่องลึก ก็น่าจะไม่ถือได้ว่าเป็นผิวขาวสวยเนียนอยู่ดี แล้วก็ปัญหาผิวพรรณพวกนี้ต่างก็ทำให้หมดความแน่ใจ จำเป็นต้องรอปกปิดจุดบกพร่องของร่างกายนี้เอาไว้ แต่ขณะนี้มีเทคโนโลยีใหม่ๆที่มาช่วยรักษารอยแผลเป็นมากมาย ฉะนั้น อย่าทำให้ผิวพรรณของคุณหม่นหมองอยู่เลย มาทำให้ผิวขาวเรียบเนียนสวยบลิ๊งค์แบบสุดๆด้วยการกำจัดปัญหาผิวพรรณอันมากมายนี้ออกไปอย่างสำเร็จกัน

การเกิดแผลเป็น

แผลเป็น (Scar) เกิดขึ้นได้เนื่องมาจากความไม่ดีเหมือนปกติในขั้นตอนการหายของแผล ขั้นตอนการซ่อมตนเองของร่างกาย เพื่อรักษารอยแผล มีการสร้างเยื่อรอยแผล (Fibrous Collagen) มาตอบแทนเยื่อที่ถูกทำลายไป รอยแผลนั้นอาจจะเกิดขึ้นได้ก็เพราะรอยแผลประเภทต่างๆดังเช่น แผลจากอุบัติเหตุ แผลผ่าตัด แผลจากการอักเสบของสิว แผลจากโรคผ่องใส แผลจากามือฉีดยา แผลไฟเผา ฯลฯ

ซึ่งความผิดปกติในวิธีการหายของแผลนั้น เกี่ยวข้องกับปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลให้เกิดแผลเป็น เช่น อายุ เชื้อชาติ พันธุกรรม ขนาดและก็ความลึกของแผล ตำแหน่งที่เกิดรอยแผล การหายของแผลไม่ดี การสูบบุหรี่ สภาพผิวหนัง การรับเชื้อ น้ำหนัก โรคภัยไข้เจ็บของคนเจ็บ ปัจจัยภายในร่างกายของคน แม้คนภายในครอบครัวมีลักษณะของการเกิดรอยแผลง่าย ตัวคนป่วยเองก็อาจมีโอกาสเกิดแผลเป็นได้ง่ายด้วยเหมือนกัน ความประพฤติปฏิบัติของคนป่วยที่ชอบแคะแกะ เกา แผลที่ยังไม่หายดี ก็เลยส่งผลให้เกิดแผลขึ้นมา โดยเหตุนี้ เพื่อเป็นการทำให้วิธีการปรับปรุงแก้ไขซ่อนแซมบาดแผลของร่างกาย เป็นไปอย่างสมบูรณ์ที่สุด ควรจะรอคอยให้กลไกของร่างกายของพวกเรานั้น มีการดำเนินงานที่สมบูรณ์ก่อน คนเจ็บควรจะเลี่ยงสิ่งกระตุ้นต่างๆที่จะนำมาซึ่งการก่อให้เกิดรอยแผล หมั่นดูแลชำระล้างแผลไม่ให้มีการติดเชื้อโรค เลี่ยงการแคะ แกะ เกาแผล ไม่สมควรโดนสะเก็ดของแผล ก่อนที่จะผิวข้างในจะซ่อมแซมตนเองได้

ลักษณะของรอยแผลเป็น

ลักษณะของรอยแผลเป็น สามารถแบ่งได้ 2 ชนิด ดังเช่น แผลเป็นเนื้อนูน (Hypertrophic Scar) ซึ่งรวมทั้งแผลจำพวกคีลอยด์ (Keloid) ซึ่งมีต้นเหตุที่เกิดจากร่างกายสร้างคอลลาเจนเยอะเกินไป ส่งผลให้เกิดผิวหนังที่มีลักษณะนูนและก็แข็งกว่าผิวโดยปกติ รอยแผลเนื้อนูนชอบไม่กว้างออกไปกว่าตำแหน่งเดิมที่เป็นอยู่ แม้กระนั้นแผลคีลอยด์ชอบลุกลามออกไปๆมาๆกกว่าขอบของแผลเดิม รวมทั้งแผลหลุมลึก (Atrophic Scar) ซึ่งมีต้นเหตุมาจากร่างกายสร้างคอลลาเจนไม่เพียงพอดีกับขอบของแผล ก็เลยทำให้เกิดเป็นหลุมลึกน้อยกว่าระดับผิวธรรมดา ซึ่งแผลทุกชนิดต่างสร้างความรำคาญให้กับคนไข้ทั้งร่างกายและจิตใจ แผลเป็นอัตราการเกิดเท่าๆกัน ทั้งยังในผู้หญิงแล้วก็ผู้ชาย แต่ได้โอกาสที่จะกำเนิดสูงสุดในช่วงอายุราวๆ 20-30 กว่าปี ตามหน้าที่ที่เกิดรอยแผลเป็นไปได้ง่ายจำนวนมาก พบได้บ่อยมากมายรอบๆ คาง คอ ไหล่ ทรวงอก รวมทั้งแผ่นหลัง เพราะเหตุว่ามีการขยับเขยื้อนบ่อยมาก ตัวอย่างเช่น การหายใจเข้า-ออก ส่งผลให้เกิดการเคลื่อนไหวของอก กระตุ้นให้เกิดรอยแผลนูนได้ง่าย หรือรอบๆที่มีผิวหนังครึ้ม ส่วนรอบๆที่มีโอกาสเกิดแผลเป็นได้น้อยเป็นบริเวณใบหน้า

ป้องกันการเกิดแผลเป็น

การป้องกันการเกิดแผล เป็นการลดปัจจัยเสี่ยงสำหรับการเกิดแผลเป็นที่อาจจะมีการเกิดขึ้น โดยภายหลังจากเกิดรอยแผลแล้ว ควรมีการดูแลแผลที่สมควร อีกทั้งจากแผลที่เกิดขึ้นเองและก็แผลที่เกิดขึ้นจากการผ่าตัดศัลยกรรม มีการทำความสะอาดแผลที่ดี ไม่ปล่อยให้แผลสกปรก ซึ่งอาจจะเป็นผลให้มีการติดเชื้อโรคได้ ไม่แคะ แกะ เกา สะเก็ดแผล ควรจะให้สะเก็ดหลุดลอกออกไปเอง ลดการดึงรั้งในตำแหน่งที่เกิดรอยแผล

โดยลดการเคลื่อนไหว ขยับเขยื้อนให้ลดน้อยลง ถ้าเป็นแผลผ่าตัดควรที่จะนำไหมเย็บแผลออกขณะที่สมควร ผู้ที่มีโรคประจำตัว อาทิเช่น โรคเบาหวาน ความดัน ควรจะควบคุมดูแลภาวะโรคเรื้อรังให้อยู่ในภาวะปกติ ป้ายยาคุ้มครองปกป้องแผล เมื่อเกิดแผลเป็นแล้ว บางทีอาจใช้การนวด ใช้แรงกดโดยการพันแผลด้วยผ้าที่มีไว้เพื่อพันแผลจำพวกผ้ายืด (Elastic bandage) เพื่อลดการขยับเคลื่อน การใช้สารโบท็อกซ์ การใช้สารสเตอรอยด์ การใช้ซิลิโคนเจลติดแผลเอาไว้ภายในการรักษาร่วมด้วย

การรักษาแผลเป็น

วิธีการรักษาแผลเป็นนั้นมีหลายแนวทางด้วยกัน ในเรื่องที่แผลเป็นนูนมีขนาดใหญ่มากมาย บางทีก็อาจจะจำต้องตัดแผลนั้นออกแล้วทำตกแต่งใหม่ หรือใช้การฉีดยาเพื่อละลายพังผืดในก้อนแผล เพื่อแผลมีขนาดเล็กลงได้ โดยจะต้องกระทำฉีดบ่อยร่วมกันกระทั่งแผลจะแบนราบ โดยแต่ละคนแต่ละรอบๆใช้เวลาสำหรับเพื่อการรักษาแตกต่างกัน สังกัดขนาดแล้วก็ตำแหน่งที่เกิดแผลเป็น นอกเหนือจากนี้ยังมีการรักษาโดยการใช้เลเซอร์เพื่อลดการทำงานของเส้นเลือด เพื่อชะลอการผลิตคอลลาเจนไม่ให้มีมากเกินไป ซึ่งจะทำให้แผลยุบลงได้

การใช้เทคโนโลยีจากเครื่อง Fractional Laser ซึ่งเป็น Sublative RF ก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางสำหรับในการรักษาแผลเป็น โดยเป็ฯการสลายพังผืด ช่วยทำให้แผลเรียบเนียนแล้วก็จางลง อันเป็นผลมาจากการกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวแบบรอยต่อจุดใต้ผิวหนัง เป็นวิธีที่เห็นผลการรักษาอย่างเร็ว สามารถรักษารอยแผลเป็นจากหลุมสิวก้าวหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลุมสิวหรือแผลเป็นที่มีมานาน ซึ่งมีพังผืดยึดอยู่อย่างแน่นแฟ้น และเป็นเทคโนโลยีที่มีความปลอดภัย คนป่วยไม่เจ็บตัว ไม่กำเนิดรอยแผล และก็ยังช่วยกระตุ้นการเสริมสร้างเซลล์ผิวหนังใหม่ให้เกิดขึ้น เพื่อผิวที่นุ่มและก็เรียบเนียน รอยแผลเป็นจะเบาๆจางหายลบเลือนไป โดยจำเป็นต้องกระทำรักษาโดยตลอดราวๆ 3-5 ครั้ง

ในการรักษาแผลเป็นหลุมนั้น จำเป็นต้องใช้วิธีการโดยกระตุ้นให้มีการสร้างคอลลาเจนมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งมีวิธีการตั้งแต่การผลัดผิวแบบใช้ผงเหมือนเกร็ดอัญมณีขัด ในเรื่องที่หลุมแผลไม่ลึกมากมาย จะช่วยทำให้ปรับหลุมผิวตื้นขึ้น ผิวเรียบเนียนขึ้นได้ โดยบางทีอาจจะต้องทำการรักษาโดยตลอดหลายๆครั้ง แล้วก็ใช้เคล็ดวิธีกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวด้วยการกลิ้งเข็มเล็กๆบนรอยบุบ นอกจากนี้บางทีอาจใช้พลังงานในกรุ๊ปเลเซอร์เย็น เพื่อกระตุ้นการผลิตคอลลาเจน ก่อให้เกิดการเติมเต็มของแผลหลุมสิวจากตูดแผลข้างล่างขึ้นมาได้ สำหรับกรณีแผลเป็นหลุมที่มีความลึก แพทย์บางทีอาจใช้การฉีดฟิลเลอร์เพื่อเติมเต็มร่องลึกหรือรอยบุ๋มนั้นให้มีความตื้นขึ้น

แผลเป็นนูนมีสีดำคล้ำทำอย่างไร

แผลนูนดำ เกิดจากามือที่ผิวหนังมีการอักเสบ โดยมีการตกเม็ดสีที่ผิวหนัง จากผิวหนังส่วนบนไปยังผิวหนังด้านล่าง ซึ่งเมื่อมีการอักเสบของผิวหนัง ก็ได้โอกาสที่จะกำเนิดรอยคล้ำขึ้นได้ การใช้ครีมกันแดดบ่อยๆและไม่แคะแกะเกาแผล จะมีผลให้แผลดำที่ผิวหนังหายเร็วกว่าส่วนอื่นๆการขัดเช็ดเพื่อสีผิวรอบๆรอยแผลนูน เพื่อกำเนิดความขาวขึ้นนั้น ไม่มีผลใดๆก็ตามกลับนำมาซึ่งการก่อให้เกิดความระคายเคืองกับผิวมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้แผลมีรอยคล้ำ บอบช้ำ ดังนั้น ถ้ามีรอยดำที่ผิวหนังไม่สมควรถู ควรจะหลบหลีกแดด ทาครีมกันแดดปกป้องรักษาผิว ทามอยส์เจอไรเซอร์ที่มีส่วนผสมของวิตามินซี วิตามินเอ กรดผลไม้ AHA ฯลฯ ทำไวท์เทนนิ่งทรีตเม้นท์ที่เป็นการผลักตัวยาเข้าสู่ผิว ทำให้ผิวขาวใสขึ้น รวมทั้งการใช้นวัตกรรมทางการแพทย์อย่างการใช้เลเซอร์ IPL Laser หรือ Dual yellow laser ก็สามารถช่วยได้

การดูแลและรักษาแผลเป็นแต่ละจำพวก สามารถกระทำการรักษาหลายแนวทางด้วยกัน ซึ่งขึ้นกับลักษณะของแผลเป็น โดยตัวคนเจ็บและก็หมอจำเป็นจะต้องคิดแผนสำหรับการรักษาด้วยกัน ถ้าผู้เจ็บป่วยสงสัยว่าวิธีการดังกล่าวที่กล่าวมานี้ จะสามารถทำให้ผิวกลับมาเรียบเนียนสนิท ราวกับผิวธรรมดาที่ยังไม่มีรอยแผลไหมนั้น ผลที่เกิดรับจากการดูแลและรักษาบางทีอาจไม่ถึง 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าบางทีอาจดียิ่งขึ้น 50-80 เปอร์เซ็นต์ซึ่งขึ้นกับส่วนประกอบหลายๆอย่าง ดังเช่น สภาพผิวของคนไข้ อายุของแผลเป็น ว่าเป็นมาเป็นเวลานานมากน้อยมากแค่ไหน และก็จำนวนของพังผืดที่ยึดเกาะด้านล่างของรอยแผลเป็นมีมากมายหรือเปล่า ฯลฯ

ซึ่งการดูแลและรักษาหลายแนวทางด้วยกัน จะสามารถช่วยลดร่องรอยแผลเป็นที่ก่อกวนจิตใจรวมทั้งร่างกายของผู้ป่วยออกไปได้ โดยผู้ที่ต้องการักษาเรื่องปัญหารอยแผลเป็นนั้น ควรจะขอความเห็นหมอผู้เชี่ยวชาญ เพราะเหตุว่าผิวหนังของคนเรามีความต่างกัน ซึ่งหลังจากทำการรักษาแล้ว รอยแผลเป็นนูน แผลหลุมสิว รวมทั้งริ้วรอยต่างๆก็จะเริ่มจางลง ผู้เจ็บป่วยควรจะดูแลตนเองด้วยการหลีกเลี่ยงแดดที่มีความแรง ใช้มอยส์พบไรเซอร์เพิ่มความชื้นให้กับผิว กินอาหารที่เป็นประโยชน์ รับประทานผักผลไม้ หลบหลีกการทานอาหารที่มีไขมันสูง หรือของกินที่มีน้ำตาลมาก พักให้เพียงพอ การดูแลแผลอย่างสม่ำเสมอจะช่วยลดการเกิดแผลเป็นลงได้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *