10 วิธีแก้ริมฝีปากแห้งแตก ริมฝีปากแห้งมากมายเกิดขึ้นได้เนื่องมาจากอะไร

10 วิธีแก้ริมฝีปากแห้งแตก ริมฝีปากแห้งมากมายเกิดขึ้นได้เนื่องมาจากอะไร

ริมฝีปากแห้ง

ริมฝีปากสวยอิ่มเอิบ ถือได้ว่าเป็นเครื่องหมายที่ช่วยยั่วยวนใจเพศตรงข้ามได้เหมือนกับหน้าอก ด้วยเหตุนั้นคุณสุภาพสตรีสาวนอกเหนือจากการที่จะดูแลริมฝีปากเพื่อความพอใจของตัวเองแล้ว ยังจะต้องดูแลเพื่อเป็นที่ถูกใจของเพศตรงข้ามด้วย การที่มีปัญหาปากแห้งแตกหรือลอกเป็นเกล็ด จำนวนมากจะเกิดขึ้นในช่วงฤดูหนาวแม้กระนั้นบางเวลาปัญหา ริมฝีปากแห้ง ก็บางทีอาจขึ้นในช่วงฤดูอื่นๆได้เช่นเดียวกัน ด้วยเหตุว่าต้นสายปลายเหตุที่ทำให้มีการเกิดริมฝีปากแห้งแตกนั้นมาจากหลายต้นเหตุ ดังต่อไปนี้

สาเหตุทำให้ริมฝีปากแห้ง

  1. อากาศ เช่น ในฤดูหนาวที่มีลมพัด ความชื้นจากริมฝีปากจึงถูกอากาศดูดและพัดพาออกไป, อากาศร้อนบวกกับลมที่พัดแรง มีผลทำให้ริมฝีปากขาดความชุ่มชื้น, ถูกความร้อนจากแสงแดดเป็นเวลานาน รังสีอัลตราไวโอเลตจะเป็นตัวทำลายความยืดหยุ่นของเซลล์ ทำให้ผิวบริเวณริมฝีปากแห้งและแตกได้, ผู้ที่อยู่ในห้องแอร์ที่อากาศเย็นและแห้ง คนทำงานในออฟฟิศจะทราบดีว่าปัญหาดังกล่าวสามารถเกิดขึ้นได้ทุกฤดู เป็นต้น
  2. การเลียริมฝีปาก การเลียริมฝีปากบ่อย ๆ รวมถึงการเม้มปาก เอนไซม์ที่ช่วยในการย่อยอาหารที่อยู่ในน้ำลายสามารถทำลายความชุ่มชื้นบนริมฝีปากได้
  3. การดื่มน้ำน้อยเกินไป ก็เป็นสาเหตุสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้ริมฝีปากแห้งได้ครับ เพราะร่างกายต้องได้รับน้ำเพื่อรักษาความชุ่มชื้นของร่างกาย ยิ่งในบริเวณริมฝีปากที่สูญเสียความชุ่มชื้นได้ง่ายแล้ว คุณจึงต้องคอยดื่มน้ำเพื่อรักษาความชุ่มชื้นอยู่เสมอ
  4. การขาดสารอาหาร ไม่ว่าจะเป็นการขาดวิตามินซีจนทำให้เป็นโรคลักปิดลักเปิด ขาดวิตามินบีจนทำให้เป็นโรคปากนกกระจอก ขาดวิตามินแล้วทำให้ปากแห้ง ผิวหยาบ
  5. อาการผิดปกติของร่างกายต่าง ๆ เช่น อาการร้อนใน เนื่องจากอาการร้อนในจะทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำมากขึ้นรวมทั้งริมฝีปากด้วย (แก้ได้ด้วยการดื่มน้ำตะไคร้หอม ที่มีสรรพคุณช่วยแก้อาการร้อนใน กระหายน้ำ หลีกเลี่ยงอาหารเค็มจัดและอาหารที่มีกรดหรือมีรสเปรี้ยว) เมื่อรับประทานผักผลไม้เสร็จแล้ว แต่ไม่ได้ล้างปากให้สะอาด อีกสาเหตุหนึ่งที่หลาย ๆ คนคาดไม่ถึง เพราะกรดในผลไม้เอเอชเอจะเข้าไปทำลายความชุ่มชื้นที่ริมฝีปาก รวมทั้งเมื่อสัมผัสกับแสงแดดก็จะทำให้ริมฝีปากดำคล้ำขึ้นอีกด้วย
  6. วัยที่มากขึ้น เช่น วัยสูงอายุ วัยทอง ซึ่งต่อมเหงื่อ ต่อมไขมันจะทำงานได้น้อยลง จึงทำให้บริเวณริมฝีปากแห้งตามไปด้วย เพราะน้ำลายก็ไม่ค่อยมี
  7. ริมฝีปากอักเสบจากภูมิแพ้ผิวหนัง ที่จะมีอาการคันบริเวณข้อพับเรื้อรังและผิวแห้ง และอาจทำให้เกิดริมฝีปากแห้งลอกร่วมด้วย
  8. ลิปสติก ที่มีส่วนผสมทำให้เกิดปัญหา เช่น สี กลิ่น น้ำหอม ลาโนลิน สารให้ความชุ่มชื้น สารกันแดด สารกันบูด menthol หรือโลหะที่ผสมอยู่ในลิปสติก สังเกตได้ง่าย ๆ ว่าถ้าคุณเปลี่ยนลิปสติกแล้วมีปัญหาปากแห้งแตกในทันที ก็มั่นใจได้เลยว่าสาเหตุมาจากลิปสติก ซึ่งการใช้ลิปบาล์มจนติดเป็นนิสัย เพราะสารสำคัญที่ผสมอยู่ในลิปบาล์มทั่วไปจะมีคุณสมบัติดูดความชื้นของริมฝีปาก จนทำให้คุณต้องทาลิปบาล์มอยู่บ่อย ๆ
  9. ยาสีฟันและน้ำยาบ้วนปาก ยาสีฟันที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์หรือแอลกอฮอล์ในปริมาณสูง (พบได้บ่อยว่าทำให้เกิดอาการแพ้) สารทำให้เกิดฟอง สารที่มีรสเผ็ดซ่าในยาสีฟัน และสารสร้างความสดชื่น สิ่งเหล่านี้ก็ทำให้ปากแตกได้เช่นกัน โดยมักเกิดขึ้นร่วมกับการมีแผลในช่องปาก ส่วนมากแล้วจะเกิดขึ้นเมื่อคุณเปลี่ยนไปใช้ยาสีฟันยี่ห้อใหม่ รวมไปถึงน้ำยาบ้วนปากที่เกิดจากการแพ้สารแต่งรส แต่งกลิ่น menthol
  10. สาเหตุอื่น ๆ เช่น ยาทาเล็บและเล็บ acrylic ในรายที่มีนิสัยชอบกัดเล็บ, ยาบางชนิด เช่น ยาแก้แพ้ ยาลดน้ำมูก หรือยาจำพวกความดันก็มีผลข้างเคียงทำให้ปากแห้งได้เช่นกัน, แพ้อาหารบางประเภท เช่น เปลือกส้ม แคร์รอต มะม่วง มังคุด ลางสาด สับปะรด กะหล่ำดอก ขิง ข่า กระเทียม ผอม ผักชี สะระแหน่, แพ้โลหะหรือวัตถุทั่วไป, แพ้แสงแดด, เครื่องดื่มแอลกอฮอล์, การสูบบุหรี่, โรคผิวหนังบางชนิด เป็นต้น

 

แหล่งที่มา.. courtneyyarberryphotography.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *